ทนายเอ๊กซ์.com
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
กลับหน้าบทความ

ก่อนเซ็นสัญญาธุรกิจ ควรตรวจอะไรบ้าง

สรุปจุดสำคัญที่ผู้ประกอบการควรอ่านและตรวจสอบก่อนลงลายมือชื่อในสัญญาธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องคู่สัญญา หน้าที่ชำระเงิน การผิดสัญญา และการระงับข้อพิพาท

การทำสัญญาเป็นเรื่องที่พบได้แทบทุกวันในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างทำของ สัญญาบริการ สัญญาเช่า หรือสัญญาร่วมลงทุน หลายครั้งคู่สัญญารีบลงนามเพราะเชื่อใจกันหรืออยากเริ่มงานเร็ว แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ในสัญญาอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อเกิดข้อพิพาทภายหลัง บทความนี้สรุปประเด็นพื้นฐานที่ควรตรวจดูก่อนเซ็นสัญญาธุรกิจ เพื่อใช้เป็น checklist เบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการและผู้ทำงานด้านธุรกิจ 1. ตรวจตัวคู่สัญญาให้ชัดเจน ก่อนดูเนื้อหาสัญญา ควรตรวจให้แน่ใจว่าคู่สัญญาเป็นใคร ใช้ชื่อบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เลขทะเบียนนิติบุคคลถูกต้องหรือไม่ และผู้ลงนามมีอำนาจลงนามแทนบริษัทจริงหรือไม่ ถ้าเป็นบริษัท ควรดูอย่างน้อยว่า ชื่อบริษัทตรงกับเอกสารจดทะเบียน เลขทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง ผู้มีอำนาจลงนามลงชื่อครบตามเงื่อนไข และมีตราประทับหรือเอกสารประกอบตามที่บริษัทกำหนดหรือไม่ ปัญหาที่พบบ่อยคือทำสัญญากับชื่อทางการค้า แต่ไม่ได้ระบุชื่อนิติบุคคลที่แท้จริง หรือผู้ลงนามไม่มีอำนาจผูกพันบริษัท ทำให้ภายหลังเกิดปัญหาเรื่องการบังคับตามสัญญา 2. อ่านขอบเขตงานหรือสิ่งที่ต้องส่งมอบ สัญญาที่ดีควรบอกให้ชัดว่าแต่ละฝ่ายต้องทำอะไร ส่งมอบอะไร ภายในเมื่อใด และมีมาตรฐานการตรวจรับอย่างไร คำกว้าง ๆ เช่น “ทำระบบให้เสร็จสมบูรณ์” หรือ “ให้บริการตามที่ตกลงกัน” อาจไม่พอ ถ้าไม่มีรายละเอียดแนบท้าย ควรถามตัวเองว่า เมื่ออ่านสัญญาแล้ว คนที่ไม่ได้อยู่ในการเจรจาจะเข้าใจตรงกันหรือไม่ว่างานที่ต้องทำคืออะไร สิ่งที่ต้องส่งมอบมีรายการใดบ้าง วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดคือเมื่อใด เงื่อนไขการตรวจรับเป็นอย่างไร และถ้างานล่าช้าหรือส่งมอบไม่ครบจะจัดการอย่างไร 3. ตรวจเงื่อนไขราคาและการชำระเงิน เรื่องเงินควรเขียนให้ชัดที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น ราคาเป็นจำนวนเท่าใด รวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ชำระกี่งวด และแต่ละงวดต้องเกิดเหตุการณ์ใดก่อนจึงจะเรียกเก็บได้ ประเด็นที่ควรตรวจคือ ราคาและสกุลเงิน กำหนดวันชำระเงิน เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการวางบิล ดอกเบี้ยหรือค่าปรับกรณีชำระล่าช้า และเงื่อนไขการคืนเงินหรือยกเลิกงาน ถ้าสัญญาไม่มีรายละเอียดการชำระเงินชัดเจน แม้งานจะเสร็จแล้วก็อาจเกิดข้อโต้แย้งได้ว่า ถึงกำหนดจ่ายเงินแล้วหรือยัง 4. ดูข้อกำหนดเรื่องผิดสัญญาและการเลิกสัญญา หลายคนอ่านเฉพาะหน้าที่หลัก แต่ไม่อ่านส่วนที่บอกว่าอะไรถือเป็นการผิดสัญญา และเมื่อผิดสัญญาแล้วอีกฝ่ายมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง เช่น ระงับงาน เลิกสัญญา เรียกค่าเสียหาย หรือริบเงินประกัน ควรตรวจว่าเหตุใดบ้างถือเป็นการผิดสัญญา ต้องมีหนังสือแจ้งเตือนก่อนหรือไม่ มีระยะเวลาให้แก้ไขความผิดหรือไม่ เลิกสัญญาแล้วต้องคืนเอกสาร ข้อมูล หรือเงินอย่างไร และค่าเสียหายหรือค่าปรับสมเหตุสมผลหรือไม่ 5. ตรวจเรื่องความลับและข้อมูลส่วนบุคคล ธุรกิจจำนวนมากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลลูกค้า ข้อมูลราคา ข้อมูลภายใน หรือเอกสารสำคัญ สัญญาควรระบุว่าข้อมูลใดเป็นความลับ ใช้ได้เพื่อวัตถุประสงค์ใด เปิดเผยให้ใครได้บ้าง และต้องเก็บรักษานานเท่าใด ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ควรพิจารณาด้วยว่าการเก็บ ใช้ หรือส่งต่อข้อมูลมีขอบเขตชัดเจนหรือไม่ และแต่ละฝ่ายมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างไร 6. ดูทรัพย์สินทางปัญญาให้รอบคอบ ในงานจ้างทำเว็บไซต์ ซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ ออกแบบโลโก้ งานโฆษณา หรือเอกสารสร้างสรรค์ ควรระบุให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิในผลงาน หลังชำระเงินแล้วลูกค้าได้สิทธิแค่ใช้งาน หรือได้โอนกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมด ถ้าไม่เขียนให้ชัด อาจเกิดปัญหาว่าเจ้าของงานคิดว่าได้สิทธิทั้งหมดแล้ว แต่ผู้รับจ้างเห็นว่าให้เพียงสิทธิใช้งานบางส่วน 7. ตรวจวิธีระงับข้อพิพาท สัญญาควรระบุว่าหากมีข้อพิพาท จะใช้กฎหมายใด ศาลใดมีอำนาจ หรือจะใช้อนุญาโตตุลาการหรือไม่ แม้ประเด็นนี้ดูไกลตัว แต่เมื่อเกิดข้อพิพาทจริง ค่าใช้จ่ายและสถานที่ดำเนินคดีมีผลมาก สำหรับสัญญาระหว่างคู่สัญญาในประเทศ อาจกำหนดศาลที่มีเขตอำนาจให้เหมาะสม ส่วนสัญญาข้ามประเทศควรพิจารณากฎหมายที่ใช้บังคับ ภาษาเอกสาร และวิธีส่งคำบอกกล่าวให้ละเอียดขึ้น 8. อย่าเซ็นถ้ายังไม่เข้าใจ ถ้ามีข้อความที่ไม่เข้าใจ ไม่ควรปล่อยผ่านเพราะคิดว่าเป็นถ้อยคำมาตรฐาน คำบางคำในสัญญาอาจมีผลทางกฎหมายและกระทบภาระของคู่สัญญาโดยตรง เช่น คำว่า รับผิดไม่จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ห้ามเลิกสัญญา หรือถือว่าสละสิทธิ การถามและแก้ก่อนเซ็น มักง่ายกว่าการโต้แย้งหลังเกิดปัญหาแล้ว สรุป ก่อนเซ็นสัญญาธุรกิจ ควรตรวจอย่างน้อยเรื่องคู่สัญญา ขอบเขตงาน ราคา การชำระเงิน การผิดสัญญา ความลับ ข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สินทางปัญญา และวิธีระงับข้อพิพาท บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยให้เห็นประเด็นที่ควรระวัง ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี หากสัญญามีมูลค่าสูง มีความเสี่ยงมาก หรือมีข้อผูกพันระยะยาว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสัญญาก่อนลงนาม