ทนายเอ๊กซ์.com
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
← กลับหน้าบทความ

ถูกไล่ออกไม่มีเหตุผล ทำอย่างไร? สิทธิของลูกจ้างที่ควรรู้เมื่อถูกเลิกจ้าง

17/06/2026

ถูกไล่ออกไม่มีเหตุผล ทำอย่างไร? สิทธิของลูกจ้างที่ควรรู้เมื่อถูกเลิกจ้าง

การถูกไล่ออกจากงานกะทันหันเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับลูกจ้างจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน หรือรู้สึกว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรม หลายคนเข้าใจว่าหากนายจ้างเป็นเจ้าของกิจการ ย่อมมีสิทธิไล่ลูกจ้างออกได้ทุกเมื่อ แต่ในความเป็นจริง กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดสิทธิของลูกจ้างไว้หลายประการ

หากคุณถูกไล่ออก ถูกเลิกจ้าง หรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่ทราบเหตุผล บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจสิทธิของตนเองและแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม

การเลิกจ้างคืออะไร

การเลิกจ้าง หมายถึง การที่นายจ้างแสดงเจตนาไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างโดยตรง การให้ออกจากงาน หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถทำงานต่อไปได้

แม้นายจ้างจะมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้าง แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และอาจมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยหรือเงินอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนด

ถูกไล่ออกไม่มีเหตุผล นายจ้างทำได้หรือไม่

นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นจากความรับผิดเสมอไป

หากนายจ้างไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เหมาะสมในการเลิกจ้าง หรือเหตุผลดังกล่าวไม่สมควร ศาลแรงงานอาจพิจารณาว่าเป็น "การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม"

ตัวอย่างเช่น

  • เลิกจ้างเพราะลูกจ้างใช้สิทธิตามกฎหมาย
  • เลิกจ้างเพราะความเห็นส่วนตัวของผู้บังคับบัญชา
  • เลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • เลิกจ้างโดยเลือกปฏิบัติ
  • เลิกจ้างเพื่อตอบโต้การร้องเรียนของลูกจ้าง

กรณีดังกล่าว ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเพิ่มเติมจากค่าชดเชยตามกฎหมาย

ถูกไล่ออก อย่าเพิ่งรีบเขียนใบลาออก

สิ่งที่ลูกจ้างจำนวนมากเข้าใจผิด คือ เมื่อนายจ้างแจ้งให้ออกจากงานแล้วกลับถูกขอให้เขียนใบลาออก โดยอ้างว่าเป็นเพียงขั้นตอนของบริษัท หรือจะช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างลงลายมือชื่อในใบลาออก อาจกลายเป็นหลักฐานว่าลูกจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้างเอง ส่งผลให้สูญเสียสิทธิเรียกร้องบางประการ โดยเฉพาะสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ดังนั้น หากลูกจ้างไม่ได้มีความประสงค์ลาออกจริง ไม่ควรรีบเขียนใบลาออก หรือลงลายมือชื่อในเอกสารใด ๆ โดยยังไม่เข้าใจผลทางกฎหมายของเอกสารนั้น

หากนายจ้างเป็นฝ่ายไม่ประสงค์ให้ลูกจ้างทำงานต่อ ควรให้นายจ้างออกหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งการเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน

หากถูกเลิกจ้าง ควรร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงานก่อน

ในหลายกรณี ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องรีบฟ้องศาลแรงงานทันที

หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ไม่จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือไม่จ่ายเงินตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ได้

การร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานมีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล
  • ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
  • สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง
  • พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริง
  • สามารถมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามสิทธิของลูกจ้างได้

หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือมีข้อพิพาทเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างจึงค่อยพิจารณาดำเนินคดีต่อศาลแรงงานต่อไป

ถูกเลิกจ้างต้องได้รับเงินอะไรบ้าง

1. ค่าชดเชยตามกฎหมาย

หากลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามกฎหมายแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน

ยิ่งทำงานนาน ค่าชดเชยที่ได้รับก็จะสูงขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด

2. ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

หากนายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกฎหมาย อาจต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มเติม

3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ค้างจ่าย

เช่น

  • เงินเดือนค้างจ่าย
  • ค่าล่วงเวลา (OT)
  • ค่าทำงานวันหยุด
  • ค่าคอมมิชชั่น
  • สิทธิประโยชน์อื่นตามสัญญาจ้าง

4. ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่เป็นธรรม ศาลอาจกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมแก่ลูกจ้างได้

หากถูกไล่ออกควรทำอย่างไร

1. รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน

ควรเก็บเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • หนังสือเลิกจ้าง
  • สัญญาจ้างงาน
  • สลิปเงินเดือน
  • ข้อความสนทนา
  • อีเมลจากนายจ้าง
  • หลักฐานการทำงาน
  • เอกสารเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการ

2. ขอเอกสารยืนยันการเลิกจ้าง

หากได้รับแจ้งให้ออกจากงาน ควรขอเอกสารยืนยันการเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้เป็นหลักฐานในอนาคต

3. อย่ารีบลงนามในใบลาออก

หากไม่ได้ประสงค์ลาออกด้วยตนเอง ไม่ควรเขียนใบลาออกหรือเซ็นเอกสารที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าลูกจ้างเป็นฝ่ายลาออก

4. ร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ในกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินตามสิทธิ ลูกจ้างควรร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานก่อน เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งตามกฎหมาย

5. ปรึกษาทนายความด้านแรงงาน

กรณีที่มีข้อพิพาทซับซ้อน หรือมีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม การปรึกษาทนายความจะช่วยให้รักษาสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง

6. ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน

หากไม่สามารถตกลงกับนายจ้างได้ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้อง

  • ค่าชดเชย
  • ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
  • ค่าจ้างค้างจ่าย
  • ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

สรุป

หากคุณถูกไล่ออก ถูกเลิกจ้าง หรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่มีเหตุผล อย่าเพิ่งตกใจและอย่ารีบเขียนใบลาออก เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในการได้รับค่าชดเชยและสิทธิประโยชน์อื่นตามกฎหมายแรงงาน

สิ่งสำคัญคือควรรวบรวมหลักฐาน ขอเอกสารการเลิกจ้าง และร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงพิจารณาดำเนินคดีต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย

การรู้สิทธิของตนเองตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ และไม่สูญเสียสิทธิสำคัญที่กฎหมายรับรองไว้.

⚖️ ทดลองใช้งาน AI ด้านกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีปัญหากฎหมายหรือผู้ทำงานด้านกฎหมาย สามารถใช้ AI ช่วยค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อกฎหมายเพิ่มเติม หรือสรุปประเด็นจากเอกสารจำนวนมากได้ทันที

Legal AI Thailand เริ่มใช้งาน AI