ทนายเอ๊กซ์.com
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
← กลับหน้าบทความ

ระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่ง มีกำหนดกี่ปี?

20/06/2026

ระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่ง มีกำหนดกี่ปี?

เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดี หลายคนเข้าใจว่าหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถบังคับคดีได้ตลอดไป แต่ในความเป็นจริง กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการบังคับคดีไว้ หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้อีก

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่งที่ประชาชนและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาควรรู้

การบังคับคดีคืออะไร?

การบังคับคดี คือ กระบวนการตามกฎหมายที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาใช้สิทธิบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล

ตัวอย่างเช่น

  • ชำระเงินตามคำพิพากษา
  • ส่งมอบทรัพย์สิน
  • ขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์
  • รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
  • ปฏิบัติหรืองดเว้นการกระทำบางอย่าง

หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา เจ้าหนี้สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามกฎหมายได้

บังคับคดีได้ภายในกี่ปี?

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายใน สิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง

กล่าวคือ หากศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้ไม่ควรปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป เพราะเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้อีก

การยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดเวลาเป็นเรื่องสำคัญ

เจ้าหนี้จำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่า เมื่อมีคำพิพากษาแล้วสามารถรอให้ลูกหนี้มีทรัพย์สินเมื่อใดก็ได้แล้วค่อยดำเนินการบังคับคดี

แต่ในความเป็นจริง สิทธิในการบังคับคดีมีระยะเวลาตามกฎหมาย หากปล่อยเวลาให้พ้นกำหนด อาจเสียสิทธิในการดำเนินการบังคับคดีได้

ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้ควรรีบปรึกษาทนายความหรือดำเนินการยื่นคำขอบังคับคดีโดยเร็ว

หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะทำอย่างไร?

ในทางปฏิบัติ มักพบกรณีที่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดในขณะที่ศาลมีคำพิพากษา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้ยังสามารถสืบทรัพย์และติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างเช่น

  • ตรวจสอบที่ดิน
  • ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ
  • ตรวจสอบรายได้หรือสิทธิเรียกร้องที่อาจถูกอายัดได้
  • ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พบในภายหลัง

การมีคำพิพากษาไม่ได้หมายความว่าต้องรีบยึดทรัพย์ทันทีเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าหนี้สามารถดำเนินการสืบทรัพย์และติดตามการบังคับคดีได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

อายุความบังคับคดีกับอายุความฟ้องคดีต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่าง

  • อายุความฟ้องคดี
  • ระยะเวลาในการบังคับคดี

อายุความฟ้องคดี คือ ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายหรือเจ้าหนี้ต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล

ส่วนระยะเวลาในการบังคับคดี คือ ระยะเวลาภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ซึ่งเจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้

จึงเป็นคนละเรื่องกัน

ปัจจุบันสามารถบังคับคดีผ่านระบบ e-Filing ได้หรือไม่?

ปัจจุบันกรมบังคับคดีได้นำระบบ e-Filing มาใช้ในการดำเนินการหลายประเภท

เช่น

  • ยื่นคำขอทางบังคับคดี
  • ยื่นคำขอยึดทรัพย์
  • ยื่นคำขออายัดทรัพย์สิน
  • ส่งเอกสารประกอบคำขอ
  • ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายบางประเภท
  • ติดตามสถานะการดำเนินการ

ทำให้เจ้าหนี้และทนายความสามารถดำเนินการได้สะดวกมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานบังคับคดีทุกครั้ง

ข้อควรระวังสำหรับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

แม้จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ควรละเลยการติดตามสิทธิของตน

ควรดำเนินการดังต่อไปนี้

  • รีบยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดเวลา
  • สืบทรัพย์ลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินลูกหนี้
  • เก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีไว้ให้ครบถ้วน
  • ปรึกษาทนายความหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบังคับคดี

การปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ดำเนินการใด ๆ อาจทำให้เสียสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้

สรุป

เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีแพ่งแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่สามารถรอการบังคับคดีได้ตลอดไป เพราะกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง

ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้ควรรีบดำเนินการบังคับคดี สืบทรัพย์ และติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสิทธิของตนและเพิ่มโอกาสได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล

⚖️ ทดลองใช้งาน AI ด้านกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีปัญหากฎหมายหรือผู้ทำงานด้านกฎหมาย สามารถใช้ AI ช่วยค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อกฎหมายเพิ่มเติม หรือสรุปประเด็นจากเอกสารจำนวนมากได้ทันที

AI ปรึกษากฎหมายเบื้องต้น เริ่มใช้งาน AI