ระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่ง มีกำหนดกี่ปี?
ระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่ง มีกำหนดกี่ปี?
เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดี หลายคนเข้าใจว่าหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถบังคับคดีได้ตลอดไป แต่ในความเป็นจริง กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการบังคับคดีไว้ หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป อาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้อีก
บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับระยะเวลาในการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีแพ่งที่ประชาชนและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาควรรู้
การบังคับคดีคืออะไร?
การบังคับคดี คือ กระบวนการตามกฎหมายที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาใช้สิทธิบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล
ตัวอย่างเช่น
- ชำระเงินตามคำพิพากษา
- ส่งมอบทรัพย์สิน
- ขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์
- รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
- ปฏิบัติหรืองดเว้นการกระทำบางอย่าง
หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา เจ้าหนี้สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามกฎหมายได้
บังคับคดีได้ภายในกี่ปี?
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายใน สิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
กล่าวคือ หากศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้ไม่ควรปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป เพราะเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้อีก
การยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดเวลาเป็นเรื่องสำคัญ
เจ้าหนี้จำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่า เมื่อมีคำพิพากษาแล้วสามารถรอให้ลูกหนี้มีทรัพย์สินเมื่อใดก็ได้แล้วค่อยดำเนินการบังคับคดี
แต่ในความเป็นจริง สิทธิในการบังคับคดีมีระยะเวลาตามกฎหมาย หากปล่อยเวลาให้พ้นกำหนด อาจเสียสิทธิในการดำเนินการบังคับคดีได้
ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้ควรรีบปรึกษาทนายความหรือดำเนินการยื่นคำขอบังคับคดีโดยเร็ว
หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินจะทำอย่างไร?
ในทางปฏิบัติ มักพบกรณีที่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดในขณะที่ศาลมีคำพิพากษา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้ยังสามารถสืบทรัพย์และติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างเช่น
- ตรวจสอบที่ดิน
- ตรวจสอบทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ
- ตรวจสอบรายได้หรือสิทธิเรียกร้องที่อาจถูกอายัดได้
- ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่พบในภายหลัง
การมีคำพิพากษาไม่ได้หมายความว่าต้องรีบยึดทรัพย์ทันทีเพียงครั้งเดียว แต่เจ้าหนี้สามารถดำเนินการสืบทรัพย์และติดตามการบังคับคดีได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
อายุความบังคับคดีกับอายุความฟ้องคดีต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่าง
- อายุความฟ้องคดี
- ระยะเวลาในการบังคับคดี
อายุความฟ้องคดี คือ ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ผู้เสียหายหรือเจ้าหนี้ต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล
ส่วนระยะเวลาในการบังคับคดี คือ ระยะเวลาภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ซึ่งเจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้
จึงเป็นคนละเรื่องกัน
ปัจจุบันสามารถบังคับคดีผ่านระบบ e-Filing ได้หรือไม่?
ปัจจุบันกรมบังคับคดีได้นำระบบ e-Filing มาใช้ในการดำเนินการหลายประเภท
เช่น
- ยื่นคำขอทางบังคับคดี
- ยื่นคำขอยึดทรัพย์
- ยื่นคำขออายัดทรัพย์สิน
- ส่งเอกสารประกอบคำขอ
- ชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายบางประเภท
- ติดตามสถานะการดำเนินการ
ทำให้เจ้าหนี้และทนายความสามารถดำเนินการได้สะดวกมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานบังคับคดีทุกครั้ง
ข้อควรระวังสำหรับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
แม้จะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่เจ้าหนี้ไม่ควรละเลยการติดตามสิทธิของตน
ควรดำเนินการดังต่อไปนี้
- รีบยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดเวลา
- สืบทรัพย์ลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินลูกหนี้
- เก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีไว้ให้ครบถ้วน
- ปรึกษาทนายความหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบังคับคดี
การปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ดำเนินการใด ๆ อาจทำให้เสียสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้
สรุป
เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีแพ่งแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่สามารถรอการบังคับคดีได้ตลอดไป เพราะกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
ดังนั้น เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้ควรรีบดำเนินการบังคับคดี สืบทรัพย์ และติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสิทธิของตนและเพิ่มโอกาสได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล
⚖️ ทดลองใช้งาน AI ด้านกฎหมาย
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีปัญหากฎหมายหรือผู้ทำงานด้านกฎหมาย สามารถใช้ AI ช่วยค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อกฎหมายเพิ่มเติม หรือสรุปประเด็นจากเอกสารจำนวนมากได้ทันที
AI ปรึกษากฎหมายเบื้องต้น เริ่มใช้งาน AIให้คะแนนและแสดงความคิดเห็น
บทความนี้อ่านได้สาธารณะ แต่การให้ดาวหรือแสดงความคิดเห็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน
เข้าสู่ระบบเพื่อให้ดาว/แสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นในบทความนี้