เปลี่ยนสินค้าแทนของเสียหาย ต้องออกใบกำกับภาษีใหม่หรือไม่? บทเรียนจากฎีกา 8942/2560
เปลี่ยนสินค้าให้ลูกค้า เพราะสินค้าเดิมชำรุด ยังต้องออกใบกำกับภาษีอีกหรือไม่?
ในทางธุรกิจ ผู้ประกอบการมักพบปัญหาสินค้าชำรุด เสียหาย หรือไม่เป็นไปตามสเปกที่ตกลงกันไว้
เมื่อเกิดกรณีดังกล่าว ผู้ขายมักเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ลูกค้าโดยไม่คิดเงินเพิ่ม เพราะถือเป็นการรับผิดชอบตามสัญญาหรือการรับประกันสินค้า
คำถามสำคัญคือ
หากมีการเปลี่ยนสินค้าใหม่แทนสินค้าเดิมที่เสียหาย ผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีใหม่หรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8942/2560 ได้ให้คำตอบไว้อย่างชัดเจน
ข้อเท็จจริงของคดี
คดีนี้เกิดจากบริษัทผู้จำหน่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cable) ให้แก่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
บริษัทผู้นำเข้าได้ส่งมอบสินค้า ออกใบกำกับภาษี และได้รับชำระค่าสินค้าแล้ว
ต่อมาพบว่าเคเบิลใยแก้วบางส่วนเกิดความเสียหาย บริษัทจึงนำเข้าสินค้าใหม่เข้ามาเพื่อเปลี่ยนทดแทนสินค้าเดิมที่ชำรุด
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่ที่นำมาเปลี่ยนแทน
เจ้าพนักงานประเมินจึงเห็นว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเพิ่มเติม
ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัย
คำถามคือ
เมื่อมีการเปลี่ยนสินค้าใหม่แทนสินค้าเดิมที่เสียหาย ผู้ขายมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร
ศาลฎีกาเริ่มจากหลักการพื้นฐานของภาษีมูลค่าเพิ่มว่า
สำหรับการขายสินค้า ความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นเมื่อ
ส่งมอบสินค้า
ได้รับชำระราคา
หรือออกใบกำกับภาษี
อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นก่อน
ในคดีนี้ ศาลเห็นว่า
มีการออกใบกำกับภาษีแล้ว
มีการรับชำระราคาแล้ว
มีการส่งมอบสินค้าแล้ว
ดังนั้น ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าเดิมจึงเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว
ผู้ขายไม่สามารถอ้างได้ว่า "ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์" หรือ "ยังไม่ได้ส่งมอบโดยสมบูรณ์" เพื่อหลีกเลี่ยงผลทางภาษีได้
เมื่อสินค้าเดิมเสียหาย ต้องทำอย่างไร
ศาลวางหลักสำคัญว่า
หากสินค้าเดิมที่มีการออกใบกำกับภาษีไปแล้วเกิดความเสียหาย
ผู้ขายต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ออกใบลดหนี้ (Credit Note)
เพื่อยกเลิกหรือปรับลดรายการขายเดิมในส่วนที่มีปัญหา
และใช้เป็นหลักฐานในการปรับลดภาษีขาย
ขั้นตอนที่ 2 ออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่
เมื่อมีการนำสินค้าใหม่มาทดแทนสินค้าเดิม
สินค้าชุดใหม่ต้องมีเอกสารภาษีของตนเอง
เพื่อให้
ภาษีซื้อจากการนำเข้าสินค้าใหม่
ภาษีขายจากการส่งมอบสินค้าใหม่
ระบบบัญชีสินค้า
ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
สอดคล้องกันทั้งหมด
เหตุผลสำคัญที่ศาลให้ความสำคัญ
ศาลชี้ให้เห็นว่า
ระบบ VAT อาศัยการตรวจสอบย้อนกลับผ่านเอกสาร
หากผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนสินค้าได้โดยไม่ออกเอกสารภาษีใหม่
จะทำให้เกิดปัญหา เช่น
ไม่ทราบว่าสินค้าใดถูกเปลี่ยน
ไม่ทราบจำนวนสินค้าที่เปลี่ยนจริง
ไม่สามารถตรวจสอบภาษีซื้อและภาษีขายได้
สินค้าคงเหลือในบัญชีไม่ตรงกับสินค้าจริง
ซึ่งขัดกับหลักการของระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
หลักกฎหมายสำคัญจากคดีนี้
คำพิพากษาฉบับนี้วางหลักว่า
เมื่อมีการออกใบกำกับภาษีและรับชำระราคาแล้ว ความรับผิดทาง VAT ย่อมเกิดขึ้นแล้ว
และหากภายหลังมีการเปลี่ยนสินค้า
ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้สำหรับสินค้าเดิม และออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่ที่นำมาทดแทน
เพื่อให้ระบบบัญชีและภาษีสามารถตรวจสอบได้อย่างครบถ้วน
ประเด็นที่น่าสนใจเรื่องเบี้ยปรับ
แม้ศาลจะเห็นว่าบริษัทมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่
แต่ศาลก็พิจารณาว่า
กรณีนี้ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษี
เนื่องจาก
สินค้าเดิมเสียหายจริง
มีการนำเข้าสินค้าใหม่มาทดแทนจริง
ไม่มีเจตนาปกปิดรายได้
หากออกเอกสารถูกต้อง ภาระภาษีสุทธิแทบไม่เปลี่ยนแปลง
จึงมีคำสั่งงดเบี้ยปรับทั้งหมด
ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการจำนวนมากให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนสินค้าให้ลูกค้า แต่ละเลยเอกสารภาษี
คดีนี้สอนให้เห็นว่า
การเปลี่ยนสินค้าไม่ใช่เพียงเรื่องบริการหลังการขาย
ต้องพิจารณาผลทางภาษีควบคู่กันเสมอ
ใบลดหนี้และใบกำกับภาษีเป็นเอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้
แม้ไม่มีภาษีเพิ่ม แต่หากเอกสารไม่ถูกต้องก็อาจถูกประเมินภาษีและเบี้ยปรับได้
สรุป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8942/2560 วางหลักว่า
เมื่อมีการขายสินค้า ออกใบกำกับภาษี และรับชำระราคาแล้ว ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเกิดขึ้น
หากภายหลังสินค้าดังกล่าวเสียหายและมีการเปลี่ยนสินค้าใหม่ทดแทน
ผู้ขายต้องออกใบลดหนี้สำหรับสินค้าเดิม และออกใบกำกับภาษีสำหรับสินค้าใหม่ที่นำมาทดแทน
เพื่อให้ระบบบัญชี สินค้าคงเหลือ และภาษีมูลค่าเพิ่มสอดคล้องกัน และสามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย