ทนายเอ๊กซ์.com
รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
กลับหน้าบทความ

ใบสั่งจ้างต้องติดอากรแสตมป์ทุกฉบับหรือไม่? บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565

# ใบสั่งจ้างต้องติดอากรแสตมป์ทุกฉบับหรือไม่? บทเรียนจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565

PO หรือใบสั่งจ้าง เสี่ยงถูกเรียกเก็บอากรแสตมป์หรือไม่?

ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้เอกสาร "ใบสั่งจ้าง" (Purchase Order หรือ PO) ในการสั่งผลิตสินค้า สั่งทำงาน หรือสั่งจ้างผู้รับจ้างภายนอก

แต่มีคำถามสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ

> ใบสั่งจ้างดังกล่าวถือเป็นสัญญาจ้างทำของที่ต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565 ได้วางแนวทางสำคัญไว้ว่า

ไม่ใช่ใบสั่งจ้างทุกฉบับจะถือเป็น "ตราสาร" ที่ต้องเสียอากรแสตมป์

การพิจารณาต้องดูเนื้อหาและลักษณะของเอกสารเป็นสำคัญ

---

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ประกอบกิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก

กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบภาษีและเอกสารทางบัญชีของกิจการ

ระหว่างการตรวจสอบ

เจ้าพนักงานประเมินพบเอกสารจำนวนมากที่ใช้ชื่อว่า

"ใบสั่งจ้าง"

ซึ่งมีรายละเอียด เช่น

* ผู้สั่งจ้าง
* ผู้รับจ้าง
* รหัสสินค้า
* รายการสินค้า
* จำนวนสินค้า
* ราคาต่อหน่วย
* มูลค่างาน

และบางฉบับมีลายมือชื่อของคู่สัญญา

กรมสรรพากรเห็นว่า

เอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาจ้างทำของ

จึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์

เมื่อไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงประเมินเรียกเก็บอากรและเงินเพิ่มอากรจากโจทก์

---

ประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัย

คำถามสำคัญคือ

> ใบสั่งจ้างดังกล่าวเป็น "ตราสารจ้างทำของ" ที่ต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่

หากใช่

ผู้ประกอบการต้องชำระอากรแสตมป์

แต่หากไม่ใช่

การประเมินอากรของกรมสรรพากรย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

---

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร

ศาลฎีกาพิจารณาว่า

แม้เอกสารดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า "ใบสั่งจ้าง"

และมีรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตสินค้า

แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาแล้ว

เอกสารมีเพียงข้อมูลเกี่ยวกับ

* ผู้ว่าจ้าง
* ผู้รับจ้าง
* รายการสินค้า
* จำนวน
* ราคา

เท่านั้น

ไม่ได้มีรายละเอียดของสัญญาในลักษณะเป็นหนังสือสัญญาจ้างทำของโดยสมบูรณ์

---

ประเด็นสำคัญที่ศาลให้ความสำคัญ

ศาลพิจารณาจากลักษณะการประกอบธุรกิจของโจทก์

พบว่า

กิจการของโจทก์รับคำสั่งผลิตสินค้าเป็นครั้ง ๆ ไป

เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา

ผู้ว่าจ้างก็จะออกใบสั่งจ้างแต่ละครั้ง

ในปีเดียวมีใบสั่งจ้างจำนวนมาก เช่น

* มกราคม 86 ฉบับ
* มีนาคม 70 ฉบับ
* เมษายน 36 ฉบับ

และมีลักษณะออกเป็นประจำในการดำเนินธุรกิจ

ศาลจึงเห็นว่า

เอกสารเหล่านี้เป็นเพียงหลักฐานแสดงการสั่งผลิตสินค้าในแต่ละครั้ง

ไม่ใช่หนังสือสัญญาจ้างทำของที่คู่สัญญาจัดทำขึ้นเพื่อก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์โดยตรง

---

หลักสำคัญที่ศาลวางไว้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

> ใบสั่งจ้างดังกล่าวเป็นเพียง "หลักฐานแห่งการทำนิติกรรม"

มิใช่ "ตราสารจ้างทำของ"

ดังนั้น

จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์

---

หลักกฎหมายที่น่าสนใจ

หลายคนเข้าใจผิดว่า

เมื่อเอกสารเกี่ยวข้องกับการจ้างทำของ

ย่อมต้องเสียอากรแสตมป์เสมอ

แต่ความจริงแล้ว

กฎหมายอากรแสตมป์เก็บจาก "ตราสาร"

ไม่ใช่จากธุรกรรมทุกประเภท

ดังนั้นจึงต้องพิจารณาก่อนว่า

เอกสารนั้นเป็นตราสารตามกฎหมายหรือไม่

หากเป็นเพียงเอกสารประกอบธุรกิจ

หรือเป็นหลักฐานการสั่งงาน

อาจไม่เข้าลักษณะเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์

---

บทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ

คำพิพากษานี้มีความสำคัญอย่างมากต่อ

* โรงงานรับจ้างผลิต (OEM)
* โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า
* ผู้รับจ้างผลิตสินค้า
* ผู้ประกอบการส่งออก
* ธุรกิจที่ใช้ Purchase Order (PO)

เพราะในทางปฏิบัติ

กิจการจำนวนมากมีใบสั่งจ้างหรือใบสั่งซื้อหลายร้อยฉบับต่อปี

หากตีความว่าเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรทุกฉบับ

จะก่อภาระทางภาษีอย่างมหาศาล

ศาลฎีกาจึงพิจารณาจากเนื้อหาที่แท้จริงของเอกสาร

ไม่ใช่เพียงชื่อของเอกสาร

---

สรุป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565 วางหลักสำคัญว่า

> เอกสารที่ใช้ชื่อว่า "ใบสั่งจ้าง" ไม่ได้ถือเป็นตราสารจ้างทำของที่ต้องเสียอากรแสตมป์เสมอไป

หากเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานแสดงการสั่งผลิตสินค้า หรือหลักฐานประกอบการดำเนินธุรกิจตามปกติ

ย่อมไม่เข้าลักษณะเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์

การพิจารณาต้องดูที่เนื้อหาและเจตนาของเอกสาร

ไม่ใช่ดูจากชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียว

คดีนี้จึงเป็นแนวคำพิพากษาสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ นักบัญชี และนักกฎหมายภาษี ในการแยกความแตกต่างระหว่าง

> "หนังสือสัญญาที่ต้องเสียอากรแสตมป์"

กับ

> "เอกสารทางธุรกิจที่เป็นเพียงหลักฐานการดำเนินงาน"